1.06.2551

การทดลองตาม ไหล่ทาง

ต้องขอโทษด้วยครับที่อัพช้า เพราะเนื่องจากทำการทดลองแล้วบันทึกผล มากไปจนหลงออกนอกทางไป เพราะไม่ใจว่าที่ทำมานั้น มันจะหลุดรึเปล่า
ตอนแรกหลังจากวันที่ 12 ธค. ผมก็ได้กลับมาคิดว่า ความสามารถในการเปลี่ยนรูปทรง แยกสามารถเป็นอะไรได้
ก็เลยกลับมานั่งตั้งต้นคิดใหม่ ว่าการเปลี่ยนรูปทรงคืออะไร โดยคิดทีละลำดับ
การเปลี่ยนรูปทรงในความคิดของผมคือ การที่ วัตถุชนิดหนึ่ง เปลี่ยนจากรูปทรงเดิม ไป อีกหนึ่งรูปทรง
ซึ่งต่อมาผมก็ลองนึกว่านึก ถึงว่ามีอะไรบ้างที่ เปลี่ยนรูปทรงได้อย่างง่ายดาย


เริ่มแรกผมคิดถึง "น้ำ" หรือของจำพวกของเหลว ผมได้ทดลองอย่างง่ายเลยด้วยการ

1. เทเปลี่ยนภาชนะ

2.แช่เย็น

3.ต้ม

4.แช่เย็นแล้วปล่อยละลาย กับ แช่แล้วเปลี่ยนรูปทรงด้วยน้ำ

ไร้สาระอื่นๆอีกมากมาย



ต่อมาผมก็ลอง

เอาของเหลวใกล้ตัวมาเทรวมกันดู ที่หาได้ตอนนั้นก็มี น้ำอัดลม น้ำมัน เหล้าขาว น้ำมัน โคโลญ

โดยเริ่มแรก ผมเทน้ำกับ เหล้ารวมกันดูก่อน ซึ่งผลออกมาคือกลายเป็นการเจือจางเหล้าแทนต่อมาก็น้ำอัดลม

น้ำอัดลมได้ลงไปอยู่บริเวรก้นแก้วเพราะปริมาณน้ำตาลที่ผสมอยู่ แล้วก็น้ำมัน ซึ่งมันก็ลอยมาอยู่บนผิวน้ำจนหมด

สุดท้ายผมก็ลอง โคโลญ ซึ่งมันลองอยู่บนผิวน้ำ แต่ไม่ลอยไปอยู่บนน้ำมัน
แล้วก็ลองเอาไปแช่ ตอนถ่ายรูป ของทุกอย่างแข็งหมดเว้นของเหลวชนิดหนึ่งไหลออกมา มันคือเหล้าขาวที่ผมที่ผสมลงไปในน้ำ
ทดลองเกี่ยวกับเปลี่ยนรูปทรงของน้ำแข็ง
ลองเอาน้ำมาร้อนรดดู
ลองเอาสีผสมอาหารมาหยดใส่ดู ก็เกิดสีสันแปลกตาดี
คราวนี้ลองเอาน้ำมาเจาะลงไปแล้วหยดสีดู
ตอนนี้ผมกำลังลองเรื่องการตกผลึก ทีเปลี่ยนจากของเหลวเป็นของแข็งดู
แต่ทำมาเกือบ2อาทิตย์แล้ว ยังได้นิดเดียวอยู่เลย ตกผลึกช้ามาก
อันนี้เป็นของเล่นที่น่าจุพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนรูปทรงได้เช่นกัน
สามารถดัดเป็นรูปต่างๆได้
การทดลองนี้ผมรู้สึกว่ามันได้ความรู้เพิ่มเติมมาเล็กน้อย เพราะบางอย่างเราก็รู้กันอยู่แล้ว....
ตอนนี้ผมเริ่มหาเกี่ยวกับผลกระทบ ประโยชน์ ของการเปลี่ยนรูปทรงอยู่และกำลังทำการทดลองอยู่...

โครงการ "FTA สร้างฝัน แอนนิเมชั่นเด็กไทย"

เนื่องด้วย ทาง กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมขึ้นมา ซึ่งทางพวกผมและสมาชิกได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้

นาย หัสดิน ตันชรากรณ์

นาย ณัฐ แสนชื่น

นาย พงศ์ธร ตั้งสะสม

นาย ชาญวุฒิ แซ่จุง


จึงขออนุญาตไปเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับ Brief งาน


ตารางกิจกรรม





12.24.2550

ความคืบหน้าและความผิดพลาด

หลังจากที่ได้ทำการทดลองแล้วบันทึกผล ก็ได้นำไปส่งในวันที่ 21 ธันวานั้น

ก็สู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังยึดติดกับการบันทึกผลการทดลองมากเกินไป ทำให้ไม่เอาไปทำงานได้ จึงจำเป็นต้องไปลองดูเรื่องการปรับเปลี่ยนรุปทรงและคุณสมบัติการเปลี่ยนทรงของตัววัสดุว่ามีอะไรที่เกี่ยวพันอะไรบ้าง และลองหาเทคนิคต่างๆในการคิดแลพะทดลองดู



ในความรู้สึกตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงและยังจับประเด็นไมค่อยถูก



ถ้าถามความรู้สึกเกี่ยวกับงานของตัวเองตอนนี้ เท่าที่พอจะจับคร่าวๆได้คือ ของที่เข้าไปอยู่ในที่ที่หนึ่งและสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลมกลืนเปลี่ยนลักษณะ รูปทรง และก็สามารถปรับตัวเองไปได้เรื่อยๆ โดยอาศัยแรงกระตุ้
เริ่มคิดใหม่หมด ทิ้งความคิดเก่าๆไป จะดีกว่า

12.10.2550

วัสดุภาค 2

เนื่องจากการที่ได้ทำงานวิชา Computer Art ที่เป็นงานกกลุ่มเกี่ยวกับการกลายพันธุ์นั้น
ก็ได้ไปประชุมกันเพื่อหาลือถึงวัสดุที่จะเอามาใช้งาน โดยมี เน็ท โม่ ไหว่ มาประชุมกัน
ในคณะที่ประชุมกันนั้นก็ได้หารือถึงรูปแบบของงานว่าจะออกมาเป็นลักษณะอย่างไร
โดยที่ทุกคนกำลังกำหนดรูปแบบนั้นตัวผมก็คิดถึงความเป็นไปได้ของการเลือกใช้วัสดุในการทำ
และคิดถึงวัสดุและความเป็นไปได้ของงาน โดยที่เริ่มคิดตั้งแต่การใช้

ปูนปลาสเตอร์
ข้อดี ง่าย เบา ใช้เวลาน้อยและสามารถทำในปริมาณที่เยอะได้
ขอ้เสีย ไม่สามารถเจาะรูหรือปั้นรูปทรงได้

ดินเหนียว
ข้อดี ปั้นได้ กำหนัดรูปทรงได้
ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานสูงต่อตัว ไม่มีเตาอบเพื่อให้ดินแห้ง

สบู่
ข้อดี มีความคงทน เจาะได้
ข้อเสีย ใช้เวลานานในการทำแม่แบบ

ข้อสรุปทุกอย่างก็มาจบลงที่เทียน หรือ ขี้ผึ้ง นั่นเอง
เนื่องจากมันสามารถปั้นได้ เจาะรูได้ แล้วก็สามารถแล้วก็ใช้เวลาไม่นานมากนักจึงถือว่าเป็นวัสดุที่ค่อนข้างจะลงตัว

จากที่ดูมานั้นการเลือกวัสดุก็มีข้อกำหนดเช่นกันเช่นกระดาษก็มีความอ่อนตัวเกินไป ปูนแข็งเกินไป ตอนนี้ก็พยายามคิดออกมาให้เป็นงานอยู่ว่าจะออกมาเป็นงานประเภทไหน และเป็นอะไร เพราะเหลือเวลา ไม่มากนักแล้ว

12.05.2550

การแสวงหาวัสดุ




งานที่เป็นของกลุ่ม Constructivism นั้น มีแรงพลักดันมาจากการจำกัดด้านการหาวัสดุอุปกรณ์ที่จะเอามาสร้างผลงาน


ความสนใจของผมอยู่ที่ ข้อจำกัดของวัสดุที่นำมาใช้ การที่เราจะเลือกวัสดุบางชนิดนั้นมาทำหรือมาใช้ร่วมกันนั้นต้องคำนึงถึงศักยภาพและขีดความสามารถของวัสดุเหล่านั้นด้วย ซึ่งมันก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิดและความคงทนของมัน


ซึ่งถ้าจะเอามาใช้ทำงานนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันยังอยู่ในวงที่กว้างอยู่จึงลองพยายามทำให้มันอยู่ในวงที่แคบลงมา จึงทำการเจาะลงไปที่จุดใดจุดหนึ่งของวัสดุ


โดยผมลองเอาวัสดุต่างชนิดกันมาลอง ตัด บิด หลอม ดึง ซึ่งโดยส่วนมากการที่จะเลือกเอาวัสดุมาทำเป็นชิ้นงานนั้นมักจะคำนึงถึงการประเภทของวัสดุนั้นแล้วเอาใช้งานด้านใด เช่น แก้วน้ำ เป็น แก้ว เซรามิก สแตนเลส พลาสติก กระดาษ

แก้วกระดาษ มีความคงตัวต่ำสุดเหมาะแก่การใช้ที่ไม่ต้องการการเก็บรักษามากนัก การใช้แล้วทิ้ง ราคาถูก เช่น แก้วตามโรงพยาบาล


แก้วพลาสติก เป็นแก้วที่มีความคงตัวมากกว่าแก้วกระดาษ เหมาะแก่การใช้ทำไปหรือให้เด็กใช้เพราะจะไม่สามารถแตกหักได้ง่าย


แก้วใส เป็นแก้วชนิดที่ทนความร้อนขึ้นมาอีก ระดับที่สูงกว่าพลาสติกมาก แต่ความคงตัวในการตกหล่นนั้นน้อยมาก เหมาะแก่การที่ต้องการแสดงรุปลักษณ์ภายในของตัวของเหลวและลวดลายของตัวแก้ เพราะมากจะใช้ในงานที่แวดดวงที่ต้องการแสดงความหรูหรา


แก้วเซรามิก เป็นวัสดุที่ทนต่อความร้อนได้สูงสุดในบรรดาวัสดุอื่น ความคงทนมากกว่าแก้วเล็กน้อย มักจะในการใช้ต้มหรือใส่ในอุณหภมิที่สูง


แก้วสแตนเลส เป็นวัสดุที่แทบจะรวามความสามารถทั้งหมดไว้ แต่เนื่องจากเป็นวัสดุประเภทโลหะจึงทำให้คายความร้อนที่ตัวภาชนะได้เร็วจึงยากต่อการจับต้องในขณะที่ร้อน แต่ก็สามารถความความร้อนนั้นได้เร็วเช่นกัน ความคงทนมากกว่าพลาสติก












ซึ่งจากการทดลองนี้ทำให้ผลอยากลองทำงานเกี่ยวกับความต่างของวัสดุดู น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากกว่านี้อีก






แมลงสาบ



แมลงสาบ

แมลงสาบ(Cockroaches) คือ แมลงชนิดหนึ่ง โดยชื่อภาษาอังกฤษนั้นมีที่มาจากภาษาละติน ส่วนชื่อไทยนั้นคำว่าสาบ หมายถึง กลิ่นเหม็นสาบ เหม็นอับนั่นเอง แมลงสาบนั้น โดยทั่วไปที่รู้จักกันดีจะเป็นสายพันธุ์ Periplaneta americana ซึ่งสายพันธุ์นี้มีลำตัวยาวประมาณ 3 เซนติเมตร แมลงสาบอยู่ในวงศ์ Blattidae ส่วนแมลงสาบไทยหรือแมลงสาบในสายพันธุ์เอเชียจะอยู่ในวงศ์ Blattella asahinai ซึ่งมีความยาวลำตัวประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไป

ความเป็นมาและวิวัฒนาการของแมลงสาบ

วิวัฒนาการของแมลงสาบ จากการศึกษาซากฟอสซิลของแมลงสาบ บ่งชี้ได้ว่า แมลงสาบได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ยาวนานกว่ามนุษย์หลายเท่า เพราะมันได้เกิดมาตั้งแต่ยุคโบราณ(Carboniferous) 354 - 295 ล้านปีมาแล้ว ความแตกต่างของแมลงสาบโบราณกับแมลงสาบในปัจจุบัน คือช่องออกไข่ที่ปลายช่องท้องของมัน และมีการค้นพบฟอสซิลแมลงสาบที่เป็นยุคปัจจุบันคือมีรังไข่เหมือนกับปัจจุบันในยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จากโลกไปแล้ว หรือที่เรียกว่ายุค Mesozoic แมลงสาบสามารถปรับตัวได้กับทุกสภาพแวดล้อม เนื่องจากการที่แมลงสาบกินทุกอย่างเป็นอาหาร บางสายพันธุ์สามารถกินไม้ได้ด้วย แมลงสาบจะปรากฏตัวให้เห็นอยู่ในประเทศที่เป็นเขตเมืองร้อน แมลงสาบในประเทศไทยจะอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน แหล่งของเสีย ขยะ




(เมื่อก่อนในสมัยยุคไดโนเสาร์ แมลงสาบมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันมาก ถึงขนาดที่ว่าตัวขนาดเกือบเมตร แต่ด้วยการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ขนาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งเพื่อให้สามารถเข้าไปได้ในทุกสถานที่ แต่โครงสร้างแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากอดีตเลยแม้แต่น้อย จึงถือกันว่าเป็นสัตว์ยุคไดโนเสาร์สายพันธุ์เดียวที่อยู่รอดอย่างสมบูรณ์จนมาถึงปัจจุบัน)

12.03.2550

Deconstuct Computer art.

เป็นงาน Motion ที่ทำขึ้นมาในวิชา Computer Art ซื่งพูดถึง Deconstruct ซึ่งเป็นงานกลุ่มที่ทำร่วมกับ เน็ท โม่ ไหว่
ทำความเข้าใจกับโจทย์ วิเคราะห์และหาความเป็นไปได้

โดยที่เลือกสื่อหรือ Media เป็นดังนี้

- เนื้อเรื่อง
- ภาพยนตร์
- MV
- เสื้อผ้า
- รูป
- สัตว์
- ต้นไม้

แต่สิ่งที่เลือกก็ต้องได้ทำการคัดออกบางอย่างเพราะมีการทำสื่อบางประเภทที่ทำออกมาแล้วนั้นก็ดูไม่น่าสน
แต่ต่อมาก็ได้เลือกสิ่งที่สนใจจะทำโดยเลือกคำที่สนใจจะทำเป็นการนำคำศัพท์มาผสมกันโดยเลือกเอาคำที่เขียนเหมือนแต่คนละความหมาย

- คน - ขัน - หมู
- สี - ดาว - เป้า
- ตา - ไก่ - โจ๊ก
- เสีย - หลัง - ชา
- มัน

โดยสรุปกันว่าจะใช้คำว่า "ขัน"และ"มัน"
มาทำการทดลอง ปรากฏว่าคำว่า "ขัน" มีความน่าสนใจกว่า
จึงได้นำมาพัฒนาต่อ
โดยมีประเภทคำดั้งนี้
- ขันตักน้ำ
- ไก่ขัน
- นกเขาไม่ขัน
- ขบขัน
- ขันน๊อต
ต่อมาจึงทำการแบ่งประเภทการแสดงกริยาหรือคำนามและความหมายออกจากกัน
และนำบทความมาตัดและต่อในรูปแบบต่างๆจน
ได้เนื้อความดังนี้

พระเกจิอาจารย์ตั้งแต่โบราณนิยมสร้างขันน้ำพระพุทธมนต์ควรใช้ขันตักอาบหรือใช้ฝักและในขณะทำการฟอกสบู่ควรปิดก๊อกน้ำไว้ก่อนไม่นานเสียงไก่ขันก็รับกันเป็นทอดๆไก่ตัวนี้รู้จักเวลาขันมากที่จะพูดว่า "ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็ตาม"ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มฝึกจนเหงื่อออกเลยด้วยซ้ำฝันว่าได้จับขันตักน้ำหรือเอาขันตักน้ำราดอาบตนเอง ทายว่าจะหมดเคราะห์ภาวะนกเขาไม่ขันที่มีสาเหตุมาจากการขาดฮอร์โมนพบเพียงร้อยละ5ของทั้งหมดภาวะนกเขาไม่ขันเป็นเพียงปลายเหตุ เพราะที่จริงแล้วการที่ผู้ชายจะเกิดภาวะเช่นนี้ส่วนใหญ่มักจะมีโรคที่เป็นต้นเหตุแอบซ่อนอยู่ท่ายควรขันน้อตล้อให้แน่นเท่าที่ขนาดของประแจประจำรถของท่ายจะถอดได้ทีนี้ก็มาขันน้อตแกนเพลากับดุมล้อแล้วครับ โดยให้หาผู้ช่วยเหยียบเบรคไว้แล้วขันน้อตล้อเพลากับดุมล้อให้แน่นเลยครับเป็นสิ่งที่น่าขบขันของสังคมไปเสียอย่างนั้น

นําประโยคต่างๆที่สนใจมาประกอบเข้าด้วยกันดังนี้ (ตัวหนาส้ม)

เมื่อได้ดังนี้แล้วจึงนำมาทำเป็นสื่อประเภท Motion โดยให้คำต่างๆมาทำลายการมองเห็นหลักของคำว่าขัน โดยที่เริ่มต้นจะทำให้มองเห็นคำว่าขันอย่างชัดเจน แต่ต่อมาก็จะเอาคำเหล่นี้มาทำลายคำว่าขันก็เหมือนกับการที่เราอ่านไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มสับสนกับคำว่าขันว่า "ตกลงขันที่เอามาใช้นี้หมายความว่าถึงขันไหน"

(ความรู้สึกตอนทำนั้น : ตอนเรกที่ประชุมกันนั้นเนื่องจากผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากต้องเดินทางกลับบ้านทุกวันจึงยังไม่เข้าใจ Concept ของงานเท่าไหร่ แต่เมื่อได้เอามาทำเป็นงาน เนื่องด้วยได้รับมอบหมายให้ทำส่วนของ Motion ก็เริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ก็เลยอยากลองทำดูแต่ ด้วยความรู้เรื่อง โปรแกรมยังไม่มากพอ ก็เลยทำให้ไม่สามารถอะไรได้อย่างที่ต้องการมากนัก แต่พอเริ่มทำก็เริ่มสนุก ถึงแม้ว่าจะไม่เวลาในการทำไม่มากนักแต่ก็เป็นงานที่ทำออกมาแล้วรู้สึกพอใจเล็กน้อย เพราะโดยส่วนตัวชอบทำงาน Media ประเภท Motion การทำงานกลุ่มที่สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้รู้เรื่องนั้นก็สามารถทำให้งานไปได้เร็วมีเวลาพอที่จะแก้ไขบางส่วนได้)

นี่คืองานที่ทำออกมาคับ...!